Jew's profileThe world in my sidePhotosBlog Tools Help

Bunthid Jirasapanan

Occupation
Location
Interests
Oh,if there is one thing I hang onto,
That gets me through the night.
I ain't gonna do what I don't want to,
I'm gonna live my life.
Shining like a diamond, rolling with the dice,
Standing on the ledge I'll show the wind how to fly.
When the world gets in my face,
I say, Have A Nice Day.
There are no photo albums.
June 02

10 กฎเหล็กซี่รีส์เกาหลี

1.คนที่หล่อที่สุดในเรื่องคนนั้นเป็น..พระรอง

2.เช่นเดียวกัน อย่าแสนดีจนเกินไป ไม่งั้นจะได้เป็น "พระรอง"

3.นางเอกจะสวยแบบบ้านๆปนเงอะงะหรือเอ๋อเล็กน้อย ถ้าสวยเลิศเชิดเปอร์เฟคท์ เนี๊ยบหรูมีชาติ ตระกูลจะเป็นตัวอิจฉา

4.ในครอบครัวพระเอกอย่างน้อยต้องมีญาติพระเอกหนึ่งคนไม่เห็นด้วยกับความรักของพระเอกนางเอก (จำนวนญาติที่ไม่เห็นด้วยจะเพิ่มขึ้นตามดีกรีความรันทดของเรื่อง)

5.ต้องมีเพื่อนของนางเอก หรือพระเอก แต่ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนนางเอก คอยทำตัวตลกเฮฮาในเรื่อง เพื่อนพวกนี้มักมาเป็นแพ็คคู่เสมอและสุดท้ายจะลงเอยกันเอง

6.พ่อ แม่นางเอกมักลำบากยิ่งกว่านางเอกซะอีกหรือไม่ก็เป็นหนึ่งบุคคลที่ทำให้ชีวิตนางเอกลำบากไม่จบสิ้น

7.แทบไม่มีเรื่องไหนเลยที่นางเอกฐานะดี โดยเฉพาะดีกว่าพระเอก

8.โชคชะตาของตัวละครในซีรีส์เกาหลีมักจะวนเวียนกันอยู่ 4 คนดังนี้

พระเอก - ชายผู้แม้มีรักแท้ในใจแต่ก็มักมีคู่หมั้น มีกิ๊กมีอื่นๆอยู่แล้ว ทำให้ยัยคนนั้นต้องมาตามราวีความรักไม่จบไม่สิ้น 

นางเอก - ผู้หญิงที่แม้จะซุ่มซ่ามกะโปโลแค่ไหน ก็จะมีหน่มไฮโซแสนดี(อย่างพระรอง) มาสะดุดรักอย่างง่ายๆเสมอ

พระรอง - สิ่งมีชีวิตที่น่าดูที่สุดในซีรีส์เกาหลีเป็นโมเดล"ชายในฝัน"ของสาวๆหล่อสุด รวยสุด ดีสุดๆ แต่ไม่รู้ทำไม๊ กินแห้วทุกที(เพราะนางเอกเอ๋อนิดๆหรือเปล่า)

ตัวอิจฉา - สวย หรู ดูดี มีตระกูลแถมไม่โง่อีกต่างหาก แต่เอาแต่ใจและชอบเอาชนะ ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ทำน้ำหกรดเสื้อนางเอกไปจนถึงฆ่าตัวตายเพื่อให้พระเอกกลับมา

9. "ผู้ชายก็ร้องไห้ได้ในซีรีส์เกาหลี" (ร้องเยอะด้วย)

10.ถ้าเป็นแนวรันทดตอนจบจะต้องมีใครสักคน ไม่นางเอกก็พระเอกเป็น"มะเร็ง"ตาย ถ้าเป็นแนวกุ๊กกิ๊ก ตอนจบต้องมีใครสักคนไปต่างประเทศ

April 09

Déjà vu (เดจาวู)

ไม่ได้อัพบล้อกมานาน รู้สึกว่าควรจะอัพได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี เด๋วนี้ไม่ค่อยอยากเขียนเรื่องส่วนตัวลงบล้อกเท่าไร แต่ว่าจะเขียนเรื่องอื่นๆ ก็นึกไม่ออก เด๋วเขียนไปเขียนมาจะกลายเป็นเรื่องเครียดอีก เลยไปเปิดหาเรื่องที่น่าสนใจแล้วเอามาแปลตกแต่งคำพูดใหม่ (เพราะของเดิมมันเป็นภาษาอังกฤษอ่ะ) ใครชอบก็เชิญอ่าน ใครไม่ชอบก็ทำใจละกันนะครับ หึหึ

 

Déjà vu

เดจาวู เป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่า เคยเกิดขึ้นมาแล้วเป็นอาการที่เราเกิดความรู้สึกว่าเรื่องราวบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้นั้น เหมือนว่าได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยปกติแล้วการที่เราสัมผัสถึงเดจาวู ถือว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิต เพราะจากการวิจัยพบว่า มากกว่า 70% ของมนุษย์บนโลกนี้เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเดจาวู อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังได้ลักษณะของเดจาวู ออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆสามกลุ่มดังนี้

 

1.       Déjà vécu แปลตรงๆว่า เคยผ่านมาแล้วเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับเราเคยพูดหรือเคยทำกริยา อาการต่างๆเหล่านี้ มาแล้วในอีกเวลาหนึ่ง ซึ่งเราสามารถรู้สึกได้ จากวัตถุ และ สิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวเรา รวมไปถึงบุคคลต่างๆที่อยู่รอบๆ  ซึ่งเราสามารถรู้ได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อคนส่วนใหญ่พูดถึง déjà vu ส่วนมากจะมีความหมายถึง Déjà vécu จากการสำรวจพบว่า หนึ่งในสามของคนในโลกนี้ เคยมีประสบการณ์ของ Déjà vécu โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอายุ 15-25 ปี โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมักจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่คุ้นเคย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน

2.       Déjà senti  เป็นอาการที่รู้สึกเหมือนกับว่าความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้น ณ ขณะนั้นมันกลับขึ้นมา ทั้งๆที่มันถูกลืมไปนานแล้ว  สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆตัว ก็ค่อยๆปรับเข้ากับความทรงจำอย่างช้าๆ และ เราก็เริ่มรู้สึกว่า ใช่แล้ว จำได้แล้ว’, ‘แน่นอน มันเป็นอย่างนั้นแหละและ หลังจากนั้น หนึ่งถึงสองนาที สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นก็ชัดเจนมากขึ้น และ ก็รู้สึกได้ว่า มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว  ความแตกต่างระหว่าง Déjà vécu และ Déjà senti  คือ Déjà senti  จะเกิดขึ้นกับเหตุการณที่ไม่เกี่ยวข้องกับความทรงจำในอดีต เป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และ ไม่ใช่เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน

3.       Déjà visité เป็นประเภทที่เกิดยากที่สุดในสามประเภท ซึ่งลักษณะนี้จะเกี่ยวข้องกับอำนาจเหนือธรรมชาติ เช่นการที่เราอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน และเรารู้ล่วงหน้าถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ ณ ที่นั่นซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถเป็นไปได้ พอเรื่องมันออกมาประมาณนี้ มนุษย์เราก็พยายามให้เหตุผลต่างๆถึงปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นเรื่องของ ความฝัน(ลางบอกเหตุ), การระลึกชาติ, วิญญาณออกจากร่างบ้าง  ซึ่ง Déjà visité นั้นจะต่างจากDéjà senti โดยจะเกี่ยวข้องกับสถานที่และสิ่งของต่างๆ มากกว่าแค่ความรู้สึกหรือการกระทำเท่านั้น

 

ปัจจุบัน เดจาวู ก็ยังเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่นักจิตวิทยาให้ความสนใจและ พยายามหาเหตุผลของการเกิดของเดจาวู บ้างก็ให้เหตุผลว่าเดจาวูเกิดจากการทำงานผิดพลาดของการทำงานของสมองในการละลึกถึงความทรงจำต่างๆ  เช่น การที่เรารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นของสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แต่ว่าการทำงานของสมองเกิดความผิดพลาดทำให้เรารู้สึกเหมือนกับการละลึกเรื่องราวขึ้นมา ทำให้เราเข้าใจว่าเรื่องราวเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งความผิดพลาดในการทำงานของสมองส่วนนี้อาจจะเกิดจากความผิดพลาดของการทำงานซ้ำซ้อนของสมองส่วนความจำระยะสั้น(รับผิดชอบสิ่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน) และ ความจำระยะยาว (รับผิดชอบต่อความจำที่เป็นอดีต หรือ สิ่งที่ระลึกขึ้นมาได้)

 

 

ก็แล้วแต่ใครจะเชื่อ แล้วแต่ใครจะเจอประสบการณ์แบบไหน ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าสำหรับคนอื่น เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยแค่ไหน แต่เราเจอแค่สองอันหลังอ่ะอันแรกไม่เคยแฮะ แปลกผิดมนุษย์ป่าวหว่า แต่ก็ไม่บ่อยนะ ชีวิตนี้นับครั้งได้ ไม่น่าจะเกินห้าหกครั้งอ่ะ ถือว่าผิดปกติป่าวหว่า  T_T  ปล. ขอบคุณที่อ่านถึงนี่นะคร้าบ คนเขียนก็ว่ามันอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ เผอิญแปลแล้วขี้เกียจมานั่งเรียบเรียงคำพูดอ่ะ หึหึ

February 13

Brand & Vision & Motto

Brand & Vision & Motto

      ถ้ากล่าวถึง Brand ทุกคนก็คงจะนึกถึง ซุปไก่สกัดยี่ห้อดัง เจ้าหนึ่งของเมืองไทย (ท่าจะผิดประเด็นแล้วแฮะ) T-T ไร้สาระไปวันๆ จริงๆ อ่ะ ตรู

      เข้าเรื่องดีกว่า (วันนี้วิชาการแบบไร้สาระหน่อย) ทุกคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า Brand เป็นอย่างดี แล้วความหมายของคำว่า Brand จริงๆแล้ว มันมีความหมายว่าอย่างไร (ความหมายแบบ ปกติหาอ่านในหนังสือการตลาดทั่วไปละกัน ในบล้อกนี่มีแต่ความหมายไม่ปกติอ่ะ)

     

      Brand คือ สิ่งที่คนจำได้ แต่ ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร (เช่น Volvo – ปลอดภัย, FedEx - ถึงภายในหนึ่งคืน, Apple – กราฟิก, Mercedes – สุดยอดด้านวิศวกรรมยานยนต์) 

 

      Vision คือ สิ่งที่ผู้บริหารคิดเอาเองว่าพนักงานและลูกค้ารู้สึกกับผลิตภัณฑ์ แต่จริงๆแล้ว เค้าไม่ได้คิดไรแบบนั้นเลย (ปล.ความหมายจริงๆของ Vision กันคนอ่านงง Vision ก็คือ ประโยคสั้นๆที่บอกว่าผลิตภัณฑ์นี้ต้องการจะเป็นอะไรในสายตาผู้บริโภค แต่โดยหลักๆแล้ว Vision จะเน้นให้คนในบริษัทเข้าใจไปในทางเดียวกันว่า เราต้องการเป็นอะไรในสายตาผู้บริโภค)

 

      Motto คือ คำอะไรก็ไม่รู้ที่มันออกมาบ่อยๆตอนโฆษณาอ่ะ ส่วนมาก็จำได้นะ แต่ไม่รู้เรื่องหรอกว่ามันจะสื่อไรอ่ะ (จริงๆแล้ว Motto ต้องเป็นส่วนเสริม Vision และ Promotion ต่อ Customer แต่คนก็มักจะไม่เข้าใจอยู่ดีและการใช้ Motto ในปัจจุบันก็เน้นแต่เสริม Promotion (การส่งเสริมการขาย) โดยไม่สน Vision เท่าใดนัก)

 

      ตอนแรกว่าจะเขียนให้ขำ แต่ทำไมเริ่มรู้สึกว่ามันวิชาการจ๋าอีกแล้วหว่า เฮ้อ แย่จัง  ถ้าใครอ่านแล้วเครียดจัดทนไม่ได้ก็โพสพอกละกันคราวหน้าจะได้เขียนแบบขำๆ หรือ ชอบเครียดๆ (ใครจะชอบฟร่ะ) ไว้คราวหน้าจะเขียนแบบไร้สาระสุดๆเลยละกัน ไม่วกเข้าเรื่องพวกนี้และ

 

       แล้วจริงๆแล้วที่เขียนมามีความหมายอะไรว้า จริงๆก็ไม่มีไรหรอก แค่นึงถึง Motto ของ Nike ได้ยินMotto นี้มาตั้งนาน ฟังก็ติดหู แต่ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าความหมายมันจะดีขนาดนี้ แล้ว Nike เองมันก็ไม่เคยสื่อเหมือนกันว่า Motto ของมันอ่ะ จริงๆแล้วความหมายมันคืออะไร (เห็นมีแต่เอานักกีฬามาโชว์ออฟ แค่นั้นอ่ะ) ไม่เห็นเคยพยายามสื่อเลยว่า Motto มันมีความหมายว่าอะไรกับ Motto ที่ว่า ก็แค่ทำมันซะ” Just do it.

 

      จริงๆแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าต้องการจะสื่ออะไรและตรงอย่างที่เราคิดมั้ย เราแค่รู้สึกว่าการทำเรื่องไร้สาระเล็กๆ แต่ว่าก็ตั้งใจทำจริงๆ  (แม้ว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาของหลายๆคน)  แต่ในความรู้สึกของคนที่ทำมันแตกต่าง เพราะกับการที่ได้แต่นั่งคิด นั่งวาดภาพในความฝัน ขอบอกว่ามัน Bullshit  การได้ทำจริงๆมันไม่เหมือนที่ฝันไว้เลย เรื่องเล็กๆนี่ก็เล่นเอาปวดหัวเหมือนกัน สุดท้ายทำแล้วก็ขำๆแฮะ ไม่ได้ไรขึ้นมาเลย แต่ว่ามันช่างแตกต่างเหลือเกินระหว่างการทำและการฝัน ทันใดนั้นความคิดบางอย่างมันก็ผุดขึ้นมาในสมองว่า Don’t Dream about it but Just do it. นั่นแหละที่มาของบล้อกอันนี้     

 

ก็แค่ทำมันซะ” Just do it.

January 08

ลาก่อนเด็กน้อยที่แสนดี

     เราลบ blog ออกไปอันนึงที่เป็นรูปทิ้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนี้เราเสียใจที่เขียนมัน และ ตอนนี้เราก็รู้สึกจากใจว่า คนบางคนไม่มีค่าเพียงพอ ที่เราจะต้องรู้สึำกอะไรขนาดนั้น แปลกนะ ในชีวิตก็พึ่งมีครั้งนี้แหละ ที่มันรู้สึกแบบนี้ เป็นครั้งแรกจริงๆที่รู้สึก โกรธ กับเรื่องแบบนี้ ที่้้เขียนนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอก เราว่าเราตั้งค่าป้องกันคนเข้ามาอ่านผิด ทำให้คนไม่น่าจะเข้ามาอ่าน บล้อกที่แล้วได้ แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าใครมีรูปเหล่านั้นอยู่ขอให้ช่วยลบทิ้งไปได้มั้ย ขอบคุณนะ

    ถ้าชีวิตกด save ได้ก็คงดี เพราะตอนนี้เราเด็กดีคนนึงกำลังจะถูกลบ เราอยาก save เค้าไว้จังเพราะจิว ที่เป็นแบบนั้นคงจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ต่อไปนี้จิวที่อยู่ต่อไปก็ไม่ได้เป็นเด็กดีแบบนั้นอีกแล้ว

     นี่บอกไว้นิดนึงว่าถ้าอ่านแล้วไม่ต้องโทรเข้ามาว่าเรานะ เราไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะเรื่องแบบนั้นหรอก เพียงแค่มันเปลี่ยนไปเองตามวิถีของมันนะ "เพราะเค้าไม่ได้มีค่านั้น" ที่จะทำให้เราต้องมาเปลี่ยนตัวเอง หรอก มันก็แค่เรายอมรับแล้ว ว่า "เราไม่ใช่คนดี สิบกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำตัวเป็นคนดีมาตลอดมันก็แค่ การเสแสร้ง" ตอนนี้ เราก็แค่เลิกเสแสร้งเท่านั้น ถ้าไม่รู้สึก ก็ไม่ต้องบอกตัวเองว่าผิดนะที่ไม่รู้สึก ก็แค่นั้น "เสียดายเด็กคนนั้นจัง เด็กดีแบบนั้นคงไม่มีอีกแล้วละ" แต่ก็ดี "เราเสียเวลากับเรื่องที่ไร้ค่ามา นานแล้ว" ตอนนี้เรามีเรื่องสำนึกผิดอยู่เรื่องเดียว "ทำไมเราถึงบอกกับคนอื่นว่า เค้ามีค่าพอ และ บอกกับตัวเองว่า ตัวเราที่แย่ ทั้งๆที่ผ่านมาโดยตลอด เค้าคือคนที่ไม่เคยมีค่าพอสำหรับเรา"

   เขียนแรงไป? ถ้าเป็นแต่ก่อนก็คงบอกว่าใช่ แต่ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไป เราก็แค่บอกว่าใจเราคิดอะไร เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่การที่ คนๆนึงจะทำให้เรารู้สึกแย่กับเค้าได้ขนาดนี้ นี่ มันก็... ก็รู้จักเรานิว่าเรา เคยทำไรแบบนี้หรอ
 
   นิดนึงสำหรับเพื่อนๆที่อ่านถึงตรงนี้แล้วเครียดจนจะโทรมา ก็ยังไม่ต้องนะ เรายังโอเค และ ดูแลตัวเอง ได้ ในทางตรงข้าม เรายังยิ้มได้อย่างสบายใจ เหมือนกับไม่เป็นไร ต่อให้กับคนที่ทำให้เรารู้สึกอย่างนี้แม้ ว่าเราจะอยู่ต่อหน้าเค้า เราก็ยังยิ้มและทำตัวได้อย่างสบายใจ และ ก็ไม่โกรธกันด้วย "เพราะตอนนี้เรารู้สึกว่า เค้าไม่มีค่าแม้แต่จะทำให้เรารู้สึกขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย"

    ปล. แย่นิดนึงอ่ะ ที่ตอนที่เราเขียนนี่ไม่ใช่ตอนอารมณ์โมโหอีก เขียนตอนจิตใจสงบและเป็นกลาง โคตร แถมผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบอีก และ การเกิดขึ้นของเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะ ตอนนี้เรารู้แล้ว ว่าเราเดินถูกทาง
December 25

ขำๆ เกี่ยวกับความรัก

 

แงะ ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์เขียนบล้อกแฮะ แต่เห็นมีคนส่งนี้มาให้อ่านแล้วชอบเลยเอามาแปะบล้อกไว้ละกันหึหึ

 

รัก.......... แท้..เป็น..................ตำนาน
รัก.......... สิ้นลมปราน..เป็น.......บทประพันธ์
รัก.......... ไม่แปรผัน..เป็น.........นิยาย
รัก.......... จนวันตาย..เป็น.........นิทาน
รัก.......... ตลอดกาล..เป็น.........ละคร
รัก.......... อยู่ทุกตอน..เป็น.........ละครน้ำเน่า
รัก.......... ไม่เคยเก่า..เป็น.........จริงช่วงแรก
รัก.......... ในความแปลก..เป็น....คำฮิต
รัก.......... ด้วยชีวิต..เป็น...........ลิเก
รัก.......... ไม่โลเล..เป็น.............ความฝัน
รัก.......... เธอนิรันด์..เป็น..........ชื่อเพลง
รัก.......... นะตัวเอง..เป็น...........เด็กอมมือ
รัก.......... ซื่อสัตย์..เป็น.............คำลวง
รัก.......... หมดทรวง..เป็น..........คำติดปาก
รัก.......... เธอมาก..เป็น.............คำฮอต
รัก.......... เดียวตลอด..เป็น........ไปไม่ได้.......!!!!!

November 24

Colors of the wind

แค่ชอบอ่ะ ไม่มีไรหรอก ถ้าใครแก่ๆหน่อยคงรู้จักอ่ะ มันโหลดช้าหน่อยนะ เปิดทิ้งไว้แล้วไปทำอย่างอื่นก่อนก็ได้นะ
ถ้าใครชอบอยากได้ก็ download

 Color of the wind

You think you know what ever land you land on
the earth is just a dead thing you can claim
but I know every rock and tree and creature 
has a life, has a sprit, has a name, 
you think the only people who are people
are the people who look and think like you
but if you walk the footsteps of a stranger
you learn the things you never knew never knew  

Chorus
have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon
or ask the grinning bobcat why he grins
can you sing with all the voices of the mountain 
can you paint with all the colors of the wind 
can you paint with all the colors of the wind ooooh

come run the hidden pine trails of the forest (The Forest) 
come taste the sun sweet berries of the earth (Of The Earth)
Come Roll in all the riches all around you  (all around you)
and for once never wonder what they're worth
the rain storm and the river are my brothers 
the herron and the otter are my friends
and we are all connected to each other 
in a circle of a hope that never ends 

Chorus
have you ever heard the wolf cry to the blue corn moon 
or let the eagle tell you where he's been
can you sing with all the voices of the mountain 
can you paint with all the colors of the wind
can you paint with all the colors of the wind

how high does the sycamore grow?
if you cut it down then you'll never know

you'll never hear the wolf cry to the blue corn moon
or wheather we are white or copper skin
you need to sing with all the voices of the mountain 
you need to paint with all the colors of the wind 
you can own the earth and still oh you own this earth until 
you can paint with all the colors of the wind
Ooooh A Umm Ahhh
November 07

สิ่งเดียวที่บอกได้ คือทุกๆพรุ่งนี้ เราจะดีกว่าทุกๆวันนี้ (คิดถึงเพื่อนๆมากเลย ต่อไปนี้จะใช้เวลาอยู่กับพวกแกให้มากขึ้นนะ ที่ผ่านมาขอโทษด้วยอ่ะ)

     เราเป็นคนคิดมากมาตั้งแต่ไหนแ่ต่ไรแล้ว ก็เหมือนที่ทุกคนรู้ เราชอบจะคิดถึงวันพรุ่งนี้ และ คิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น บ่อยครั้งที่มันก็ดีที่ทำให้เรารู้ถึง ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ บ่อยครั้งที่มันก็ทำลายเราด้วยความวิตกกังวล และ ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งต่างๆ สิ่งนี้จริงๆแล้วมันก็คือความอ่อนแอในตัวเรานั่นเอง
    
     ตลอดเวลาเราจะมีแผนล่วงหน้าอยู่เสมอ ตอนนี้เราก็ต้องมาถามว่ามันเพื่ออะไรเพราะทุกๆ ครั้งเราก็ชอบที่จะตัดสินใจตามอารมณ์ และ ไม่ทำตามแผนการ เหล่านั้นเสมอ

     วันนึงเราได้คุยกับแตง แล้ว เราก็ต้องตกใจกับคำที่แตงบอกเรา แตงบอกเราว่า เราเป็นคนร่าเริง และ ก็เป็นคนร่าเริงโดยธรรมชาติ เพื่อนๆ ก็เห็นว่าเราเป็นคนร่าเริง แต่เราชอบให้บางอย่างมากดตัวเอง และ ทำตัวเองเป็นคนมืดมน ทั้งๆที่เราก็อยากจะ ร่าเริง

      ประโยคนี้ฟังแล้วจุกที่สุดเลย อืม เราพันธนาการตัวเองด้วยความกลัว เราคงกลัว ที่จะสูญเสียสิ่งต่างๆไป เราคงกลัวการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆที่เราเป็นคนที่ชอบท้าทาย และเชื่อมั่น แต่เราก็กลับเป็นคนที่ขี้ขลาดในเวลาเดียวกัน


       ณ วันนี้ นาฬิกาเรือนนี้ที่หยุดเดิน มันก็ยังหยุดอยู่อย่างนั้น สักวันพอถึงเวลาที่มัน จะเดินมันก็คงเดินของมันไป ไม่มีใครรู้หรอก ว่ามันจะเดินเมื่อไหร่ แม้วันนีมันจะยังหยุดอยู่เราก็ ไม่เสียใจที่มันยังหยุดอยู่อย่างนั้น

         สิ่งต่อไปนี้มาจากคนหลายคนที่คอยบอกเรา ในช่วงเวลาชีวิตที่ผ่านมา แต่ทำไมมันไม่ซึม เข้าหัวเราเลย แต่ไม่จริงหรอก เพราะเรายังจำคำเหล่านั้นได้นิ

      ประเสริฐเคยถามเราว่า ทำไมเราต้อง พัธนาการตัวเองด้วย กฏและสิ่งต่างๆ ถึงตอนนี้เรา ก็คงตอบว่าเราไม่รู้


      ออยเองก็เคยบอกเราว่า จิวจะดูแย่ และ รับไม่ได้ที่สุด ตอนที่จิตตก เราก็รู้แต่ก็ยังทำตัวอย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรเหมือนกัน

        มะปรางถามเราว่า ชีวิตเรามันต้องซีเรียสและจริงจังขนาดนั้นเลยหรอ เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

        มุกบอกเราว่า แกเคยคิดจะฟังคนอื่นบ้างมั้ย ทำไมถึงยังดื้อดึงกับความคิดตัวเองขนาดนั้น  เราก็ไม่่รู้

       เคอะเองก็เคยบอก ถ้าพรุ่งนี้แกโดนรถชนตายไป ไอ้สิ่งที่แกซีเรียสทำมาทั้งชีวิต แกจะทำไปเพื่อไรว่ะ ปล่อยวางหาความสุขบ้างเด่ว่ะ เราก็ไม่รู้จะตอบว่าไง

      จิตเองก็บอกเราว่า แกเป็นแกก็ดีนะ แต่ บางครั้งถ้าแกเป็นตัวของตัวเองน้อยลงแกจะดีมากเลย เราก็อยากทำอย่างนั้นนะ

      ฮูกมักจะบอกเราว่า ถ้าเราเก่งอย่างแกนะ เราเก่งจริงๆหรอ ชีวิตตัวเองยังดูแลไม่ได้เลย

      เป้กมักจะหัวเราะแปลกๆและบอกเราว่า อย่างมึงนะ มีทำไรไม่ได้ด้วยหรอ ...

      กลอฟ์มักจะปลอบเราเสมอว่า เฮ้ยคิดมากไรว่ะ เพื่อนๆเค้ารักแกกันทั้งนั้น เด๋วกรูจัดงาน เลี้ยงที่ดาดฟ้าตึกโตให้มึงอีกก็ได้ ขอบใจว่ะกลอฟ์

      ขวัญชอบบอกเราว่า จิวเป็นคนนิสัยดี และ น่ารักที่สุดเลย เราก็มีเพื่อนดีๆแต่ทำไมเราต้องเศร้านะ

    ไอ้ขวัญมักจะปลอบเราว่า เฮ้ยเครียดไรว่ะ มีไรบอกได้นะเว้ย  มีงแม่งปากหมาจริงอ่ะ แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆอ่ะ

      ก้อย มันจะถามเราเสมอว่า แกดูเครียดๆ เป็นไรป่าวว่ะ ขอบใจนะที่ห่วงอ่ะ แม้ว่าแกจะช่วยไรไม่ได้ก็เหอะ

      มานิต แม่งชอบพูดว่า ไอ้เหี้ยเจียงเป็นไรว่ะ มามามากับกู มึงเป็นคนที่ดูมีความสุขตลอดดีจัง แต่มึงแม่งกวนตีนเหี้ยๆ ตอนนี้กรูคิดถึงมึงว่ะ ไอ้แบค์ซ้ายเฮงซวย

     จีดำ ไอ้เหี้ยเจียงเพื่อนๆเค้าห่วงมึงกันทุกคนนะเว้ย แต่มึงอ่ะ ชอบทิ้งพวกกรู กรูขอโทษว่ะ ต่อไปนี้จะหาเวลาไปอยู่ด้วยให้บ่อยขึ้นละกันนะ

      ไอ้แจ้บก็ชอบบอกว่า เฮ้ยไอ้เจียงเพื่อนๆเค้าเป็นห่วงมึงนะโว้ย + พวกมึงเป็นเพื่อนกลุ่มที่ดี ที่สุดของกูแล้ว ไม่ว่าเพื่อนที่มหาลัย ที่ทำงานหรือ ที่ไหนก็ไม่เหมือนพวกมึง ซึ้งมึงว่ะ แจ้บ มึงก็เพื่อนกรูเหมือนกัน

     เอเจ พูดเสมอกับเราว่า ระดับป๋าจิวนะ

      ธงเอกบอกผมว่า ผมไม่เจอคนที่จะคุย เรื่องซีเรียสกับผมแบบนี้รู้เรื่องนะ คุณนี่เป็นคนที่คุยกับผมได้จริงๆ ....

      พี่เป็ดชอบบอกว่า น้องเป็นคนดีนะ น้องทำถูกแล้วแหละ ดีแล้ว พี่เห็นด้วยนะ

      ไอ้เหลิมพูดเสมอว่า เอาน่าเจียงอย่าคิดมาก ดูไอ้หมอดิชีวิตแม่งเหี้ยกว่ามึงตั้งเยอะ คิดถึงพวกมึงสองตัวว่ะ

      ไอ้หมอ เจียงคิดมากไปไมว่ะ เอาซีดีกรูไปดูก็ได้นะเจ๋งๆทั้งนั้น เฮ้อมึงแม่ง ก็รู้นิสัยกรู หลังๆถ้ากรูไม่มีปัญหาก็ไม่ไปหามึงเลยเนอะ ขอโทษด้วยนะ

       ไอ้เพรช ไอ้เจียงคิดมากทำไมว่ะ เด๋วแฮ้ปซีดีไอ้หมอไปดูก็ได้  อ่านะ


      ตี๋ชอบพูดเสมอว่า อย่างจิวเนี่ยนะ ทำไมได้  เราก็แค่คนๆนึงนะ

      ไอ้สด มักจะมาบอกเราว่า จิวแกมีไรบอกมาได้นะโว้ย กูนะเพื่อนมึงนะ เออถึงมึงจะเหี้ย เกินไปหน่อย แต่มึงก็ยังเป็นเพื่อนกรูเหมือนกันว่ะ ไอ้สด

      พี่เส็งเคยพูดว่า พี่ขอด่าเอ็งหน่อยว่ะ เอ็งเป็นคนดีก็โอเค ทำเพื่อคนอื่นก็ดี แต่รักตัวเองบ้างสิว่ะ ผมก็ไม่รู้ว่าำทำไม

      โอ้มันจะชอบพูดประโยคที่ทำให้เราเจ็บปวดอยู่ประโยคนึง อ้าวก็มีจิว อยู่นิ ต้องห่วงไรด้วยหรอ

       ลุงมักจะบอกเวลาเราฟุ้งซ่านเสมอว่า เอาน่าๆ ใจเย็นๆ เด๋วก็ดีขึ้นเอง เพื่อนๆก็ยังมีนะโว้ย มีงไม่ได้อยู่คนเดียว คิดถึงมึงว่ะลุง

       โจ้บอกเราว่า แกโคตรเก่งเลยว่ะ อะไรๆก็รู้ไปหมด แล้วทำไมมีแ่ต่เราที่ไม่ภูมิใจละ

       นะชอบพูดกับเราว่า แกนะยังไปได้ไกลเว้ย ความสามารถอย่างแก  ไม่ใช้ให้คุ้ม น่าเสียดายแย่ เรานะหรอ

       อ้น กับ อูฐ เคยบอกเราว่า เราซึ้งแกที่สุดเลยว่ะ ทำไมแกเป็นคนดีขนาดนี้ว่ะ 

       พี่บิ้ก บอกเราว่า ขอบใจมากๆนะ น้องจิว ถ้าน้องมีไรให้ช่วยก็บอกพี่ละกันนะ

       หนุ่ยเคยพูดกับเราว่า มันไม่ใช่แกไม่มีหนทางโว้ย แกต่างหากละที่ไม่ยอมเลือก อย่าทำตัวโง่ๆนะ แกนะยังมีทางเลือก ตั้งเยอะ มากกว่าคนอื่นๆตั้งมาก แล้วทำไมเรากลับเป็นคนเดียวที่ไม่เห็นทาง เหล่านั้นละ

        วินบอกเราว่า ชีวิตมึงมันเป็นแบบนั้นใช่ม่ะ อืม ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้นมันก็ไม่ใช่มึง มึงก็อยากจะเลือกทางของมึงเอง แต่ ถ้าอยากให้กรูช่วยเมื่อไหร่ ก็บอกมาได้เสมอเว้ย ขอบใจนะที่เข้าใจว่ะ ไม่มีมึงมาคอยกวนตีนทุกวันแล้วคิดถึงเป็นบ้าเลยอ่ะ

        ส้มบอกเราว่า ชีวิตแก แกก็ต้องกำหนดเองดิ คิดไรให้ดีอย่าทำไรประชดตัวเองละกัน แล้วทำไม เรายังประชดตัวเองเสมอเลยละ

      วันนี้ถามว่าสิ่งต่างๆในตัวเราเปลี่ยนไปมั้ย คำตอบคือไม่เลย ความรู้สึกต่างๆทั้งหมด กับ ในทุกสิ่ง ในทุกคน ในทุกเรื่องยังเหมือนเดิม แต่นับแต่นี้เราจะปล่อยให้ ชีวิต ไหลไปตามกระแสของโชคชะตา ต่อไปนี้ เราจะไม่คิดถึงวันพรุ่งนี้ และ ไม่กลัววันพรุ่งนี้ อีกต่อไป

      ต่อจากวันนี้จง ดีขึ้น เข้มแข็งขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น อะไรปล่อยได้ ก็ปล่อยๆซะบ้าง ซีเรียสน้อยลง ต้องการคนอื่นน้อยลง แปลกแฮะพอเรามานึกย้อนไปถึงสิ่งที่คนต่างๆได้เคยพูดกับเราไว้ ยิ่งย้อนยิ่งมาก ยิ่งย้อนถึงหลายคน ก็ยิ่งพบว่าตัวเรามีเรื่องดีๆเยอะ นี่หว่า  และเราก็มีคนแคร์เราเยอะแยะเลย เรามีแต่เพื่อนที่คอยเป็นห่วง เพื่อนที่คอยเตือน บางคนบอกว่าเราน่าอิจฉา มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่ว่าตัวเองว่าแย่  เราเองที่บีบคั้นตัวเอง เราซีเรียสกับตัวเองมากเิกินไป ทั้งๆที่ พอมาคิดดูแล้ว เราควรจะภูมิใจมากๆเลยที่เป็นเรา อืม ต่อไปนี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เพราะ เราจะดีใจที่เราเป็นเรา

       ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่า้จะเขียนออกมาเป็นงี้อ่ะ ยิ่งเขียนถึงเพื่อนเก่าๆ น้ำตาจะไหลเอาว่ะ ทำไมเรามีเพื่อนดีๆเยอะขนาดนี้ว่ะ นับแต่จากวันนี้นะ จะใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ให้มากขึ้น จะไม่หนีไปอยู่ไหนคนเดียวอีกแล้ว เราโชคดีจังเลยที่มีเพื่อนดีๆ เยอะขนาดนี้ ปล. ใครที่เราไม่ได้เขียนถึงอย่าโกรธกันนะ เพราะถ้านับเพื่อนสนิทจริงๆ แล้ว เรามีเพื่อนสนิท ที่สามารถไปนั่งร้องไห้ให้ฟัง และ ห่วงใยเราเป็นร้อยเลยหรอว่ะ อืม แล้วที่ผ่านมาเราเศร้าทำเหี้ยไรว่ะ เราแม่งบ้าจริงๆเลย ต่อจากวันนี้ เราจะไม่งี่เง่าเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว